หน้าแรก บล็อก

สมาร์ทวอทช์ ซัมซุง (Samsung) รุ่นไหนดีที่สุด ในปี 2020

0

Original here.

ในปี 2020 นี้ โลกของเราถูกพัฒนาไปในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ในปัจจุบันนี้ อุปกรณ์ต่าง ๆ แทบทุกชิ้น มีฟังก์ชั่นมากมายที่จะคอยช่วยเหลือคุณ ช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจะขอนำเสนอ สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) นาฬิกาที่เป็นมากกว่านาฬิกา ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพื่อใช้ดูเวลาเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ ในปัจจุบัน ทำให้ทุกวันนี้ผู้คนไม่ได้ใส่นาฬิกาเพียงเพื่อเอาไว้ดูเวลาเท่านั้น เนื่องจาก สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) มาพร้อมกับฟังก์ชันต่าง ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณใช้ชีวิตง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็น การรับส่งอีเมล์ เป็นเครื่องคิดเลข กล้องถ่ายรูป โทรออกรับสาย และยังเป็นอุปกรณ์ในการตรวจสอบการออกกำลังกาย ตรวจสอบชีพจร ตรวจจับปริมาณการเดิน รวมไปถึงการบอกเส้นทาง และฟังก์ชันอื่น ๆ อีกมากมาย

ในบทความนี้จะเป็น สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) ของ SAMSUNG แต่หากใครที่ไม่ใช่สาวกซัมซุงละก็ เรามีบทความที่เกี่ยวกับ สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) อยู่หลายบทความ ให้คุณได้เข้าไปอ่าน ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ

เรามาเริ่มดู สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) ของ SAMSUNG กันเลยดีกว่า ว่ามีรุ่นไหนกันบ้างที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน หรือมีรุ่นไหนบ้างที่ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแบบของคุณ เรามาลองดูข้อมูลต่าง ๆ ภายในข้องล่างนี้กันเลย

ประโยชน์ของ สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) ?

  1. ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้อย่างลงตัว เมื่อทั้งสองอุปกรณ์เชื่อมต่อกันแล้ว การแจ้งเตือนข้อความต่าง ๆ ทั้ง ข้อความจาก Social Network อีเมล์ มันจะแจ้งผ่านทางหน้าจอ สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) ด้วย โดยที่เราไม่จำเป็นต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู รวมไปถึงยังมีการแจ้งเตือนจากสายเรียกเข้า บางรุ่นของสมาร์ทวอทช์สามารถใส่ซิมได้ ทำให้โทรออกและรับสายได้เลย
  2. เก็บข้อมูลการออกกำลังกาย หากคุณรักสุขภาพและรักการออกกำลังกาย สมาร์ทวอทช์เป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากมันสามารถเก็บทุกข้อมูลการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะเป็น ระยะทางในการเดินหรือวิ่ง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ หรือบางรุ่นมาคำแนะนำการออกกำลังกายมาให้ด้วย สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) สามารถเก็บเป็นสถิติและนำไปคำนวณร่วมกับ Application ทำให้คุณสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของสุภาพร่างกายของคุณได้อย่างต่อเนื่อง
  3. GPS เพื่อระบุตำแหน่งของผู้ใช้งานได้  การผสมผสาน GPS เข้ากับ สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) เพื่อระบุตำแหน่งช่วยให้คุณสามารถใช้งานร่วมกับ Application เสริมต่าง ๆ ที่รองรับก็สามารถกลายเป็นอุปกรณ์สำหรับติดตามตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับตัวคุณเอง
  4. Gadget ที่อินเทรนด์  สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) เป็นอุปกรณ์ที่ถือว่ามีหลากหลายรูปแบบมาก มีสายรัดให้คุณเลือกมากมาย มีสีให้เลือกเยอะ อยู่ที่สไตล์ของคุณแล้วว่า คุณจะชอบแบบไหน

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้าง ตัดสินใจกันได้หรือยังว่าจะเลือกรุ่นไหน แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป เช่น Garmin ก็จะเน้นไปทางการออกกำลังกายโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์หลายอย่าง ๆ ที่ใช้ในการส่งเาริมการออกกำลังกาย เพื่อให้คุณออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง แต่หากคุณเป็นคนใส่นาฬิกาธรรมดาเป็นประจำอยู่แล้ว ลองเปลี่ยนมาใช้ สมาร์ทวอทช์ (Smart Watch) มันสามารถช่วยอำนวยความสพดวกให้คุณได้มาก

รีวิว คีย์บอร์ดไร้สาย พกพาง่าย ยี่ห้อไหนดีที่สุด ของปี 2020

0

Original post here: คีย์บอร์ดไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่สุด

คีย์บอร์ด คืออะไร?

คียบอร์ด หรือ แป้นพิมพ์ เป็นอุปกรณ์หลักที่จะใช้ในการนำข้อมูลเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดและสามารถพบเห็นการใช้งานได้ทั่วไป โดยรับข้อมูลป้อนเข้าเป็นตัวอักษร อักขระพิเศษตัวเลข รวมถึงชุดคำสั่งต่าง ๆ โดยปกติมักจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือใกล้เคียง มีแป้นต่าง ๆ ประมาณร้อยแป้นอยู่บนคีย์บอร์ด ขึ้นอยู่กับขนาดแป้นพิมพ์ ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับรับข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ แล้วทำการเปลี่ยนเป็นรหัสจากนั้นจึงส่งให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล หรือใช้ในการควบคุมฟังก์ชันการทำงานบางอย่างของคอมพิวเตอร์ และเพื่อให้การป้อนข้อมูลที่เป็นอักขระและตัวเลขทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น

คุณเบื่อกับแป้นคีย์บอร์ดที่แข็งหรือแป้นคีย์บอร์ดที่กดไม่ค่อยติดหรือไม่? ดูแลตัวคุณเองด้วยคีย์บอร์ดไร้สายที่ดีกว่า

อย่าคิดว่าคีย์บอร์ดที่ดี ๆ นั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับคุณ เพราะ คีย์บอร์ดที่ดี สามารถนำคุณไปสู่ระดับการใช้งานและความสบายที่แตกต่าง แป้นพิมพ์ที่ดีกว่าจะช่วยให้งานของคุณเสร็จเร็วขึ้น โดยพิมพ์ผิดน้อยลงและงานของคุณจะมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่คุณอาจรู้สึกดีกว่า เมื่อคุณเปลี่ยนจากแป้นพิมพ์เก่า ๆ มาเป็นแป้นพิมพ์ที่ดี มันจะสร้างความแตกต่างให้คุณแบบที่คุณคิดไม่ถึงแน่นอน

สิ่งที่คุณควรมองหาในคีย์บอร์ด

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ไม่มีคีย์บอร์ดที่ดีและสมบูรณ์แบบตัวไหนที่จะใช้ได้กับผู้ใช้ทุกคน บางคนชอบแป้นพิมพ์ที่เหมาะกับการทำงานด้วยเค้าโครงที่แยกกัน บางคนต้องการแป้นพิมพ์ที่พกพาสะดวกมีขนาดกะทัดรัด คีย์บอร์ดมีหลายประเภทให้คุณได้เลือก สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ คือลองใช้งานคีย์บอร์ดประเภทต่าง ๆ ดูก่อน และคุณจะรู้ว่าคีย์บอร์ดประเภทไหน ที่ให้ความรู้สึกดีที่สุดสำหรับคุณ

คีย์บอร์ดประเภทต่าง ๆ มีดังนี้

คีย์บอร์ดแบบดั้งเดิม ( Traditional Keyboard )  มีขนาดใหญ่ รูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า คีย์มักทำจากกลไก (Mechanics)

คีย์บอร์ดแบบแบน ( Chiclet ) จะใช้ปุ่ม ‘Scrabble-tile’ ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์แบบราบเรียบ โดยทั่วไปแล้วการกดลงไปที่แป้นสั้นกว่า และใช้แรงในการกดที่เบากว่านั้นสามารถปรับปรุงความเร็วในการพิมพ์ของคุณ เมื่อคุณคุ้นเคยกับความรู้สึกโดยรวมของคีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดเออร์โกโนมิกส์ ( Ergonomic keyboard ) เป็นคีย์บอร์ดที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก ลดการเปวดเมื่อยเนื่องจากการป้อนข้อมูลเป็นเวลานาน ๆ จึงมีการออกแบบแป้นพิมพ์ใหม่ เช่น เพิ่มอุปกรณ์สำหรับการวางมือและออกแบบทิศทางสำหรับการจัดวางแป้นพิมพ์ใหม่ให้สัมพันธ์กับสรีระของมนุษย์มากขึ้น

คีย์บอร์ดคอมแพ็ค ( Compact ) คีย์บอร์ดเหล่านี้จะตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก เช่น แป้นตัวเลขจะถูกตัดออก เนื่องจากคีย์บอร์ดคอมแพ็คได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเล็กและเบาที่สุด เพื่อการเดินทางของคุณได้สะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น

ดังที่เราได้กล่าวในตอนต้นว่าแป้นพิมพ์ประเภทใดประเภทหนึ่งเหล่านี้ จะมีอย่างน้อยหนึ่งประเภทที่ทำงานได้เหมาะสมสำหรับคุณมากกว่าที่เหลือ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนจากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่งนั้นอาจคุ้มค่ากับความเสี่ยงหากคุณพบว่า การใช้คีย์บอร์ดอันเก่าอยู่ทุกวันทำให้ข้อมือของคุณปวดเมื่อยตอนกลางคืน

[product_table item=”2123,2125,2127,2129,2131,2133,2135,2137″ info=”1″]

การเชื่อมต่อของคีย์บอร์ดไร้สาย : Bluetooth vs. USB

คีย์บอร์ดไร้สายสามารถเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณได้สองวิธี คือเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth หรือเชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB

  1. เชื่อมต่อผ่านตัวรับสัญญาณ USB : เริ่มต้นให้คุณเสียบ receiver ของคีย์บอร์ดไปที่พอร์ท USB พอร์ทใดพอร์ทหนึ่งของคอมพิวเตอร์จากนั้นให้คุณรอ อันนี้แล้วแต่ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ อาจจะมีให้คลิกยืนยันว่าคุณอนุญาตให้ receiver ใช้พอร์ท USB ได้
  2. เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth : แต่ละรุ่นของคีย์บอร์ดมีความแตกต่างกันไปในการเชื่อมต่อแต่หลักการคล้าย ๆ กันดังนี้
    • เริ่มต้นโดยการหาสวิตช์ เปิด/ปิด ซะก่อนตำแหน่งก็จะอยู่ต่างกันไปส่วนใหญ่จะอยู่ด้านหลัง หรือด้านข้าง ของคีย์บอร์ด
    • กดปุ่ม “Connect” ที่อยู่บนคีย์บอร์ด ตำแหน่งของปุ่มนี้จะต่างกันออกไปตามคีย์บอร์ดที่ใช้
    • สังเกตุจากไฟที่อยู่บนคีย์บอร์ด หากการเชื่อมต่อสำเร็จไฟจะติดยาว ไฟไม่กระพริบ

บทส่งท้าย

จากทั้งหมดจะเห็นว่า คีย์บอร์ดแต่ละประเภทนั้น มีกลไกในการทำงานแตกต่างกันหลายประการ ซึ่งประเด็นหลัก ๆ คือเรื่องของปุ่ม, ทั้งความเร็วและเสียงในขณะพิมพ์ หากคุณต้องการทำความรวดเร็วและต้องการเสียงที่เงียบในการพิมพ์ควรเลือกฐานปุ่มกดแบนเพื่อให้กดได้ง่ายขึ้นและใช้แรงกดในแต่ละตัวอักษรน้อยลง เราคิดว่าคุณคงทราบแล้วว่า คุณเหมาะกับคีย์บอร์ดแบบไหน และสามารถเลือกคีย์บอร์ดที่เหมาะสมกับคุณได้ไม่ยาก

เมาส์ไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่สุด ของปี 2020

0

Original source: เมาส์ไร้สาย ยี่ห้อไหนดีที่สุด ของปี 2020

การเลือกเมาส์ที่ดีที่สุด

การใช้เมาส์ที่ดีที่สุดนั้น มีความสำคัญต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นอย่างมาก เพราะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณมากขึ้น เมาส์ในปัจจุบันจะมีปุ่มพิเศษสำหรับเวิร์กโฟลว์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น สร้างความแตกต่างอย่างมาก ดังนั้นถึงเวลาที่คุณจะโยนเมาส์เส็งเคร็งที่คุณซื้อที่ร้านค้าส่วนลด แล้วลองลงทุนกับหนึ่งในเมาส์ไร้สายที่ดีที่สุด เรามั่นใจว่าคุณจะพบกับสิ่งที่เหมาะกับคุณ

ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเกิน 5 ชั่วโมงต่อวัน เม้าส์เป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่าในการลงทุน เพราะนอกจากจะไม่ได้มีราคาสูงมากแล้ว การใช้เม้าส์ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น ราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยความรู้สึกที่ดี รวมถึงส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว

นอกจากความสะดวกสบายและการควบคุมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมาส์ไร้สายยังช่วยให้คุณไม่รู้สึกเกะกะสายตาในขณะที่คุณกำลังวุ่นอยู่กับงาน ผู้คนส่วนใหญ่หมกมุ่นอยู่กับประสิทธิภาพของเดสก์ท็อปพีซีหรือความละเอียดของหน้าจอบนแล็ปท็อป จนลืมปัจจัยสองประการที่จะมีผลกระทบต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ นั่นก็คือ แป้นพิมพ์และเมาส์ ถึงแม้ว่า tablet หรือ Laptop บางรุ่นสามารถใช้เมาส์ปากกา (Stylus) แต่มันก็ไม่สามารถใช้งานได้เหมือนเมาส์ทั้งหมด และแม้เป็น Trackpad หรือ Touchscreen ก็ยังมาทดแทนเมาส์ทั้งหมดไม่ได้

เรียงลำดับ สุดยอดเม้าส์ของปี 2020

  1. Logitech MX Master 2S
  2. Logitech MX Anywhere 2S
  3. Anker Optical Ergonomic Optical Mouse
  4. Apple Magic Mouse 2
  5. Logitech MX Vertical
  6. Logitech MX Ergo Wireless
  7. Logitech M330 Silent Plus
  8. Microsoft Bluetooth Mobile Mouse 3600

ตารางสินค้า

วิธีซื้อเมาส์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

การเลือกเมาส์ที่ดีนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างแรกไม่ใช่ความสวยงาม แต่ควรคำนึงถึงความถนัดในการจับ เช่น จับแล้วรู้สึกพอดีกับมือของคุณ และจุดประสงค์ของการใช้งาน เมาส์มีหลายรูปแบบ บางรุ่นถูกออกแบบมามีรูปทรงแปลกตา เพื่อให้ใช้กับงานนั้น ๆ โดยเฉพาะ แต่ถ้าคุณต้องการซื้อเมาส์เพื่อไปทำงานเอกสาร คงไม่จำเป็นต้องซื้อเมาส์ที่มีขนาด DPI สูง ๆ  แต่ถ้าหากคุณทำงานบนหน้าจอขนาดใหญ่หรือต่อพ่วงเข้าด้วยกันหลาย ๆ หน้าจอแล้วละก็ควรเลือกใช้เมาส์ที่มี DPI สูง ๆ เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน

  1. ระยะการทำงานของเมาส์ : ยิ่งระยะการทำงานของเมาส์นั้นไกลมากแค่ไหน สามารถบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของเมาส์และตัวส่งสัญญาณของเมาส์
  2. ปุ่มพิเศษ ( Macro key ) : ปุ่มพิเศษเหล่านี้ช่วยให้คุณทำงานได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสาย Gamer ตัวยงหรือพนักงาน Office ที่กำลังวุ่นอยู่กับเอกสารบนคอมพิวเตอร์ เพราะปุ่มเหล่านี้สามาถตั้งค่าต่างได้มากและสามารถกำหนด Key ต่าง ๆได้ตามต้องการ
  3. ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ : ควรเลือกเมาส์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของรูปร่างมือผู้ใช้งาน เพื่อให้คุณได้รับความรู้สึกที่สะดวกสบายมือ หรือข้อมือเวลาใช้งานเป็นเวลานาน ๆ
  4. Sensor : ชนิดของ Sensor ก็เป็นอีกข้อที่สำคัญโดย Sensor มีให้เลือกกันมากมายในปัจจุบันที่เห็นได้ทั่วไปก็มี Optical , Laser , BlueTrack (Microsoft) , Darkfield (Logitech) ในบรรดา Sensor เหล่านี้การเลือกซื้อเมาส์ให้เหมาะสมกับงานของคุณและ Life Style ของคุณก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
  5. พิจารณาค่า DPI (ความไวของเมาส์) : DPI (Dot Per Inch) และ CPI (Count Per Inch) คือหน่วยวัดความไวของเมาส์ เป็นค่าที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อเคลื่อนที่เม้าส์ไปเป็นระยะทาง 1 นิ้ว ตัวชี้ในหน้าจอเคลื่อนที่ไปได้กี่พิกเซล ยิ่ง DPI สูง ความไวของเมาส์ก็จะยิ่งสูงขึ้น
  6. ราคา : เป็นปัจจัยสุดท้ายที่สำคัญต่อการตัดสินใจ ซึ่งเมาส์ไร้สายนั้นก็มีหลายราคา ตั้งแต่ 100 บาทปลาย ๆ แน่นอนว่าสิ่งที่จ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้มาซึ่ง ประกัน , วัสดุ และคุณสมบัติที่ดี สิ่งที่เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องแลกมากับราคาที่แปรผันตามราคาของเมาส์

การเชื่อมต่อ

เมาส์ไร้สาย มีข้อดีโดยเฉพาะถ้าหากคุณใช้กับแล็ปท็อป ก่อนอื่นต้องทำการเชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณเสียก่อน ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเสียพอร์ต USB ไปเปล่า ๆ ประการที่สองเมื่อคุณจับคู่เมาส์กับพีซีหรือแล็ปท็อปมันจะทำงานได้ทันทีที่คุณเปิดใช้งาน เมาส์บลูทูธ เคยมีปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพความเสถียรในการเชื่อมต่อและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ แต่ด้วยมาตรฐานบลูทูธใหม่และการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่มีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ เมาส์บลูทูธ บางตัวได้รับการออกแบบให้จับคู่กับอุปกรณ์ได้หลาย ๆ อุปกรณ์

ความอึดของแบตเตอรี่

ปกติเมาส์ไร้สายจะใช้งานจากถ่านขนาด AA หรือ AAA แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ แต่ความแม่นยำและประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่ไกล้จะหมด นอกจากนี้เมาส์ไร้สายบางรุ่นมีแบตตเตอร์รี่เซลล์ลิเธียมไอออนในตัว เพื่อรองรับการชาร์จได้ ซึ่งเมาส์ไร้สายที่ดีนั้นควรมีการจัดการพลังงานได้อย่างดีเพื่อการประหยัดพลังงานไม่ต้องให้เราซื้อถ่านเปลี่ยนบ่อยหรือชาร์จบ่อย ๆ

รีวิว ลำโพงคอมพิวเตอร์ รุ่นดีที่สุด ปี 2020

0

Original source: รีวิว ลำโพงคอมพิวเตอร์ รุ่นดีที่สุด ปี 2020

ลำโพงคอมพิวเตอร์ ?

ถ้าฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์แบบเสียงแห้ง ๆ ก็คงน่าเบื่อ ไม่น่าตื่นเต้นสักเท่าไหร แต่ถ้าคุณมีลำโพงดี ๆ ที่คอยขับเสียงเบสทุ้ม ๆ ให้เสียงที่เปล่งออกมามีชีวิตชีวามากขึ้น เราก็คงอยากเพลิดเพลินและเข้าถึงอารมณ์ เพราะลำโพงที่ดีจะสร้างอรรถรสที่ดีให้กับคุณ เคล้ากับเสียงเพลง  ทำให้เสียงเพลงโปรดของคุณมีมิติและน่าฟังมากยิ่งขึ้น

ลำโพง เป็นเครื่องขยายเสียงที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้หลายชนิด ครั้งนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกซื้อลำโพงคอมพิวเตอร์ที่มักจะอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นลำโพงที่มีเครื่องเสียงอยู่ภายในตัวตู้ลำโพง เมื่อคุณเล่นเกมส์ เปิดเพลง หรือดูภาพยนตร์ ลำโพงชนิดนี้จะขับเสียงผ่านทางตู้ออกมาได้เลยโดยไม่ต้องใช้ตัวแปลงอีกทอดหนึ่ง

ลำโพง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่สำคัญที่จะช่วยคุณเติมเต็มอรรถรสในการรับชมหรือรับฟังสิ่งต่าง ๆ แต่ก่อนอื่น หากคุณต้องการที่จะเลือกซื้อลำโพงเสียงดี ๆ ซักตัวหนึ่ง ให้เหมาะกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด คุณควรที่จะศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของลำโพงให้เข้าใจก่อน ซึ่งเรามีคำแนะนำในการเลือกซื้อลำโพงที่เหมาะสมกับคุณ และลำโพงรุ่นต่าง ๆ ที่ดีที่สุด

วิธีการเลือกลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุด

การสัมผัสกับเสียงที่สมจริงในการรับชมหรือรับฟังสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ชุดหูฟังนั้น เป็นอุปกรณ์ที่ให้เสียงดีที่สุดอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตามการสวมใส่หู อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าหรือเจ็บบริเวรหูเมื่อสวมใส่เป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ลำโพงคอมพิวเตอร์เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราจึงขอแนะนำวิธีการเลือกลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ

  1. รูปแบบการใช้งาน : หากคุณนำไปฟังเพลงทั่วไป ก็อาจจะเลือกใช้แค่ลำโพงมัลติมีเดียทั่ว ๆ ไป ที่ใช้งานง่าย ราคาถูก แต่ถ้าเป็นผู้ที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์ เล่นเกมส์ หรือฟังเพลงคุณภาพแบบ Lostless แล้วก็อาจจะเลือกเป็นลำโพงคุณภาพดีขึ้นมาอย่าง ชุดลำโพงแบบซับวูฟเฟอร์ หรือชุดลำโพงระบบเสียงรอบทิศทาง
  2. พื่นที่จัดวาง : หากบ้านเรามีเนื้อที่ไม่มาก หรืออยู่หอพัก การเลือกลำโพงระบบเสียงรอบทิศทางก็อาจจะไม่เหมาะสมนัก ลำโพงอาจอยู่ชิดกับผนังหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม จะทำให้คุณได้เสียงที่ไม่ดีเท่าที่ควร หรือบางทีถ้าพื้นที่ของคุณใหญ่แล้วมาเจอลำโพงที่ขยายเสียงออกมาได้ไม่ดังเท่าไรนักก็น่าจะทำให้คุณเสียอารมณ์ไม่น้อย
  3. งบประมาณ : แน่นอนว่าลำโพงชุดที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า ย่อมมีราคาแพงกว่าลำโพงมัลติมีเดียทั่ว ๆ ไป ก็ควรดูงบประมาณของคุณด้วย
  4. การเชื่อมต่อ : ปัจจุบันจะนิยมแบบไร้สายแต่ถ้าคุณไม่ถนัดก็ยังมีทั้งแบบเชื่อมต่อด้วยแจ็คขนาดเล็ก เชื่อมต่อด้วยสาย RCA เชื่อมต่อด้วยสาย USB เชื่อมต่อด้วยสาย Digital Audio Out และเชื่อมต่อด้วยสาย Coaxial Digital

ทั้งหมดนี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเลือกซื้อลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

วิธีเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับคอมพิวเตอร์ แบบไหนดีที่สุด

ลำโพงคอมพิวเตอร์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ดังนั้นพวกเขามักจะใช้สายสัญญาณเสียง 3.5 มม. เพื่อเชื่อมต่อกับพีซีของคุณ ลำโพงสเตอริโอบางตัวอาจเสนอบลูทูธ เป็นคุณสมบัติพิเศษเพื่อให้คุณสามารถใช้ลำโพงแบบไร้สายกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ แต่โดยทั่วไปแล้วคุณจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าด้วยการเชื่อมต่อผ่านสายสัญญาณเสียง

ลำโพงที่ใช้เทคโนโลยี Bluetooth aptX หลีกเลี่ยงการประนีประนอมคุณภาพเสียงส่วนใหญ่ซึ่งสามารถทำให้คุณภาพเสียงของลำโพงบลูทูธน้อยลง อย่างไรก็ตามลำโพงคุณภาพสูงบางรุ่นยังมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ซึ่งใช้เครือข่าย Wi-Fi ของคุณเพื่อมอบคุณภาพเสียงไร้สายที่ดีขึ้น สิ่งนี้มักจะไปจับมือกับตัวเลือกในการเชื่อมโยงลำโพงหลายตัวเข้าด้วยกันเป็นส่วนหนึ่งของระบบลำโพงหลายห้อง

วิธีเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับคอมพิวเตอร์

  1. เชื่อมต่อสายสัญญาณเสียง 3.5 มม. จากลำโพง เข้าพอร์ตคอมพิวเตอร์
  2. เชื่อมต่อสายไฟ เพื่อใช้สำหรับทำให้ลำโพงทำงานและมีพลังขับเสียงมากขึ้น ลำโพงบางรุ่น อาจเชื่อมต่อผ่านสาย USB แทนได้
  3. กรณีเป็นลำโพงแบบไร้สายการติดตั้งก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันไป

ลำโพงคอมพิวเตอร์ ราคาไม่เกิน 1000 บาท

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโน้ตบุ๊คทุกรุ่นในตลาดปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่มีลำโพงติดตั้งมาให้แล้วทั้งสิ้น แต่พลังเสียงที่ขับออกมานั้นสามารถให้เสียงกลาง กับแหลมที่ดี แต่เสียงต่ำก็มักจะหายไป ซึ่งแน่นอนหลาย ๆ แบรนด์ก็แก้เกมด้วยการทำลำโพงเสียงต่ำหรือ Subwoofer แยกมาให้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามลำโพงที่ติดบนโน้ตบุ๊คเหล่านั้นก็ยังสู้ลำโพงแยกไม่ได้อยู่ดี

สำหรับลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ราคาไม่เกิน 1000 บาทนั้น ให้คุณภาพเสียงที่เพียงพอสำหรับการใช้งานดูภาพยนตร์ ฟังเพลงทั่ว ๆ ไป มีทั้งเสียงทุ่ม เสียงกลาง และเสียงแหลม สามารถเติมเต็มอรรถรสในการรับชมหรือรับฟังสิ่งต่าง ๆ ของคุณได้อย่างดี

ลำโพงคอมพิวเตอร์ ราคาไม่เกิน 1000 บาท ที่เราแนะนำ

  1. NUBWO USB Speaker 2.1 Mean Machine NS-030
  2. Logitech Stereo Speaker Z120
  3. FANTECH Sonar GS202 ลำโพงเกมมิ่ง RGB Gaming Speaker Stereo
  4. SPEAKER CREATIVE SBS A250 / 2.1

รีวิว นาฬิกาปลุก สําหรับคนตื่นยาก

0

Original post: รีวิว นาฬิกาปลุก สําหรับคนตื่นยาก

คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการตื่นจากที่นอนอันแสนสบายในยามเช้าตรู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มโสดสาวโสดที่อาศัยอยู่ในที่พักเพียงลำพัง คงจะเป็นเรื่องยากที่จะตื่นไปทำงานหรือไปเรียนได้ทันเวลาเป็นประจำทุกวัน หากคุณไม่อยากโดนเพ่งเล็งจากเจ้านายหรืออาจารย์ คุณควรจะมีตัวช่วยเจ๋งๆสักตัวที่จะปลุกคุณให้ตื่นได้ทันเวลา

นาฬิกาปลุกดูจะเป็นตัวเลือกที่เข้าท่าในเวลานี้ แต่จะเสียเงินซื้อนาฬิกาปลุกแบบธรรมดาไปทำไมกัน ในเมื่อปัจจุบันนี้มีนาฬิกาปลุกที่มาพร้อมฟังก์ชันการทำงานมากมาย บางทีคุณอาจต้องการฟังวิทยุหรือฟังเพลงในโทรศัพท์ของคุณ คุณก็สามารถฟังได้จากลำโพงอัจฉริยะที่มาพร้อมกับนาฬิกาปลุก นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาปลุกที่จะปลุกคุณด้วยแสงได้อีกด้วย

วิธีเลือกนาฬิกาปลุก

เราควรจะใช้นาฬิกาปลุกแบบไหน ที่จะช่วยทำให้เราตื่นได้ทันทีแบบไม่สามารถต่อนอนได้ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีการปลุกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกนาฬิกาปลุกก็จะแตกต่างกันไปด้วย ตามการตอบสนองของแต่ละคน เช่น การใช้เสียง, การใช้แสง, การสั่นสะเทือน เป็นต้น

บทสรุป

หลายคนที่อ่านบทความของเรามาถึงตรงนี้ คงจะมีความรู้สึกลำบากใจในการเลือกซื้อนาฬิกาปลุกดีๆสักตัวไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบดั้งเดิมอย่างของยี่ห้อ TIMELINES หรืออาจจะเพิ่มลูกเล่นมานิดหน่อยก็จะเป็นของ Caixing และ Wooden alarm clock ที่มีฟังก์ชั่นวัดอุณหภูมิห้องหรือระบบสั่งการด้วยเสียง พัฒนาระดับความสามารถขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นนาฬิกาทรงลูกบาศก์ของ Sony ที่ปรับความสว่างหน้าจอได้ รวมไปถึงเล่นวิทยุได้ทั้ง FM/AM ในขณะที่ JBL Horizon ก็เน้นในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด คุณสามารถเลือกฟังวิทยุ FM หรือแม้แต่การสตรีมเพลงจากโทรศัพท์ของคุณ ต้องขอบอกว่ารุ่นนี้เอาใจสาวกคนที่ชอบฟังเพลงมากจริงๆ นอกจากนี้ยังมี Echo Spot ของ Amazon ที่ทำออกมาได้ดีเกินขอบเขตของนาฬิการปลุกทั่วไปเพราะมีความอเนกประสงค์ในใช้งานที่หลากหลายจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัว Alexa, มี Internet ในตัว, ควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ได้ หรือหากคุณกำลังมองหานาฬิกาที่ปลุกคุณด้วยแสงนั้นก็จะเป็น Philips HF3510 ที่ไม่ใช่แค่ปลุกได้ด้วยแสงแต่ยังปลุกด้วยเสียงเพลงหรือวิทยุก็ได้ ถ้าจะพูดแค่เฉพาะความสามารถปลุกด้วยแสงนั้น JBL Horizon ก็ทำได้ แต่ Philips HF3510 นั้นทำออกมาได้มีความเป็นธรรมชาติและดีกว่ามากเลยทีเดียว

  • นาฬิกาปลุกทั่วไป: TIMELINES, Caixing, Wooden alarm clock, Sony
  • นาฬิกาปลุกที่เสียงดี: JBL Horizon
  • นาฬิกาปลุกอัจฉริยะ:  Echo Spot Amazon
  • นาฬิกาที่ปลุกด้วยแสง: Philips HF3510

ข้อเสนอแนะเล็กน้อยสำหรับที่ยังลังเลระหว่างนาฬิกาปลุกแบบเก่ากับนาฬิกาปลุกแบบดิจิตอล หากคุณชอบนาฬิกาปลุกแบบดั้งเดิมที่ใช้ถ่านแบตเตอรี่เป็นตัวจ่ายไฟแล้วละก็ คุณจะต้องซื้อถ่านมาเปลี่ยนตลอด และคุณจะสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ทันรู้ตัว แต่ถ้าคุณเลือกใช้นาฬิกาปลุกแบบดิจิตอลที่สามารถใช้ไฟได้จ่ายแหล่งจ่ายไฟหลักคุณจะหมดกังวลในเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปเลย 🙂

 

Best sun screen tech in thailand – ครีมกันแดด

0

Original article here: ครีมกันแดด

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับครีมกันแดด

น่าเสียดายที่ครีมกันแดดทุกตัวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน ในเรื่องของการป้องกันรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นรังสีอุลตร้าไวโอเลตที่สร้างความเสียหายให้กับผิวของเราทั้งได้สองรูปแบบ

หลายคนคงสงสัยว่ารังสี UVA และ UVB คืออะไร หรืออาจจะสับสนในความหมายของทั้งสองสลับกัน วิธีที่ดีที่สุดที่จะจำไว้ก็คือ A สำหรับป้องกันการหมองคล้ำของผิวหนัง (รังสี UV ที่ทำลายเซลล์ผิวของคุณอย่างถาวร) และ B สำหรับป้องกันการเผาไหม้ของผิวหนัง (รังสีที่ทำให้เกิดการถูกแดดเผาและแสงแดดทำลาย) ดังนั้น SPF และ PA ปัจจัยการป้องกันแสงแดดจึงทำงานเพื่อปกป้องทั้งสอง

  • ค่า SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor  คือค่าป้องกันรังสี UVB
  • ค่า PA ย่อมาจาก Protection Grade of UVA คือค่าป้องกันรังสี UVA

Dylan Griffiths ผู้จัดการฝ่ายการแพทย์ของยูเซอรินอธิบาย

“เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจดีขึ้นเล็กน้อยถ้าคุณเริ่มถูกแดดเผาหลังจากโดนแดด 5 นาทีโดยไม่มีครีมกันแดดการใช้ ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 จะช่วยปกป้องคุณได้ 30 ครั้งหรือก็คือ 150 นาที (1 ครั้งได้ 5 นาที) ก่อนที่จะเริ่มไหม้ ดังนั้นค่า SPF ที่สูงช่วยยืดระยะเวลาให้คุณสามารถอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้นานขึ้นขณะที่ปกป้องผิวของคุณได้”

ปริมาณที่บรรจุค่ามาตรฐาน ในการเลือกซื้อครีมกันแดดคือต้องจำไว้ว่าขวดขนาด 200 มล. ควรจะเพียงพอสำหรับทาผิวหน้าและผิวกายได้หนึ่งอาทิตย์ แต่ถ้าคุณวางแผนที่จะอยู่ในน้ำตลอดเวลาคุณจะต้องการมากกว่านี้ และโปรดจำไว้ว่าครีมกันแดดจะมีอายุการใช้งานตามมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 12 เดือน

4 สิ่งน่ากลัวที่เกิดขึ้น หากคุณไม่ทาครีมกันแดด

การมองข้ามความสำคัญของครีมกันแดดอาจมีผลต่อผิวของคุณในระยะยาว ดร. ลอติกาซิงห์จากกลุ่มโรคผิวหนัง Schweiger ในนิวยอร์ก กล่าวว่า “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งผิวหนัง!”  Dr. Janet H Prystowsky, MD กล่าวสนับสนุนต่อว่า “รังสียูวีที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อแสงแดดและอายุผิวของคุณหากคุณไม่ทาครีมกันแดดมาตลอดทั้งปี … การทำงานนอกบ้านนั่งริมหน้าต่างสำนักงานและใช้เวลานอกบ้าน จะทำให้คุณสัมผัสกับ [รังสียูวีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง] แม้ว่าคุณจะไม่ได้ออกไปไหนแค่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างคุณต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง”

นอกเหนือจากความเสี่ยงขนาดใหญ่แล้วการมองข้ามครีมกันแดดอาจทำให้สิ่งแปลกๆ และน่ากลัวอื่นๆ เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณ หากคุณละเลยการใช้ครีมดันแดดเป็นประจำ เพื่อให้คุณได้ตระหนักถึงภัยร้ายของการไม่ทาครีมกันแดด เราจึงสรุปข้อเสียมาดังนี้

1. การเกิดฝ้า: ลักษณะเป็นสีผิวที่คล้ำกว่าสีผิวจริงของคุณและ ช่วยเร่งผลกระทบโดยรวมของริ้วรอย
2. ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น: หากคุณทาครีมกันแดด คุณจะทำลายคอลลาเจนและเนื้อเยื่อเกี่ยวผิวของคุณ สิ่งนี้นำไปสู่การสูญเสียความยืดหยุ่นและริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น
3. การเผาไหม้ที่เจ็บปวด: การถูกแดดเผารุนแรงด้วยแผลพุพองอาจเจ็บปวดได้บ่อยครั้ง
4. รอยแผลเป็น: มักเกิดกับผู้ป่วยที่ผิวไวต่อแสง สามารถสร้างรุนแรงที่นำไปสู่การทำให้เกิดแผลเป็น

วิธีการเลือกครีมกันแดด

เลือกค่า SPF / PA ตามลักษณะการใช้งาน

ค่า SPF ปัจจุบันครีมกันแดดจะผลิตออกมาที่ SPF 15 ขึ้นไป แต่หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่าตัวเลขที่ระบุต่อท้ายหมายถึงปริมาณการดูดซับรังสี UVB นั้นคือถ้า SPF 15 = ดูดซับ UVB ได้ 93.3%, SPF 30 = ดูดซับ UVB ได้ 96.7%  และ SPF 50 = ดูดซับ UVB ได้ 98% เป็นต้น การเลือกค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องแสดงแดดได้ดีกว่าค่าที่ต่ำ สำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายการเลือกค่า SPF สูงๆจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังมากกว่า

ค่า PA ไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานดังนั้นเครื่องหมาย + จึงถือเป็นระดับการปกป้องจากรังสี UVA นั้นเอง ยิ่งเครื่องหมาย + มากก็ยิ่งปกป้องได้หลายชั่วโมง

ดังนั้นหากใช้ในชีวิตประจำวันเราเสนอให้คุณเลือกเป็น  SPF 15 / PA + ก็เพียงพอแล้ว หากต้องออกไปข้างนอกที่หลีกเลี่ยงแดดไม่ค่อยได้ก็ SPF 15-30 / PA ++ หากเป็นกิจกรรมกลางแจ้งต้องตากแดดนานๆเราเสนอค่า SPF 30-50+ / PA +++ ขึ้นไปและควรจะต้องทากันแดดซ้ำทุกๆ 2 – 3 ชั่วโมง

บทสรุป

จากที่ได้อ่านบทความจากเราไปแล้ว จะรู้ว่าครีมกันแดดเป็นสิ่งที่เราควรมีไว้เพื่อปกป้องแสงแดดและดูแลผิวของเรา การเลือกซื้อครีมกันแดดก็ต้องดูที่ลักษณะการใช้งานต่างแล้วจึงเลือกตามคุณสมบัติของครีมกันแดดแต่ละสูตร และสำหรับคนที่แพ้ง่ายยิ่งต้องระวังในการเลือกซื้อหารีวิวอ่านเยอะๆเพราะผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน หากใช้ครีมกันแดดไม่เหมาะกับผิวเรา อาจก่อให้เกิดการแพ้ตามมาในภายหลังได้

เครื่องปริ้น รุ่นไหนดี

0

Orginal post here: เครื่องปริ้น รุ่นไหนดี

ปริ้นเตอร์ (Printer) สำหรับใช้งานในบ้าน หรือสำนักงาน รุ่นไหนดีที่สุด ในปี 2020

เครื่องพิมพ์ประเภทใดที่เหมาะกับคุณ

ก่อนที่จะเริ่มต้นการเลือกซื้อให้ใช้เวลาในการคิดเกี่ยวกับงานพิมพ์ของคุณ รวมถึงชนิดของสิ่งที่จะพิมพ์ เป็นข้อความธรรมดา  กราฟิก หรือภาพถ่าย และใช้งานบ่อยแค่ไหน และใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกันกับครอบครัวหรือเพื่อนร่วมงานหรือไม่ หากคุณพิมพ์งานที่ต้องใช้การสื่อสารภายนอก หรือสื่อที่ส่งเสริมการขายให้คุณพิจารณาเนื้อหาและคุณภาพการพิมพ์ด้วย

เครื่องพิมพ์ ถือว่าเป็นหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างมากสำหรับงานเอกสารในองค์กรและพิมพ์เอกสารเพื่อใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น บริษัทองค์กร หรือผู้ใช้งานพิมพ์เอกสารทั่วไป โดยลักษณะผู้ใช้งานในแต่ละรูปแบบของการพิมพ์ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของการใช้งาน

โดยเครื่องพิมพ์ทีนิยมใช้กันในปัจจุบัน สำหรับใช้ในบ้านหรือใช้ในองค์กรมีอยู่ 2 แบบ คือ

เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์  เครื่องพิมพ์ประเภทนี้มีจุดเด่นเรื่องค่าใช้จ่ายต่อหน้าในการพิมพ์จะถูก และตลับหมึกเทียบเท่าหรือ Remanufactured ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีกับเครื่องปริ้นเลเซอร์ เครื่องเลเซอร์จะเหมาะสำหรับการพิมพ์งานหนัก ๆ ซึ่งสำนักงานทั้งเล็กและใหญ่ ก็จะมีเครื่องปริ้นเลเซอร์เอาไว้ใช้ และยิ่งถ้าคุณเน้นงานพิมพ์เป็นข้อความ เครื่องปริ้นประเภทนี้จะได้คุณภาพการพิมพ์ที่ดีที่สุด แต่หากงานพิมพ์เป็นพวกรูปภาพคุณภาพจะต่ำกว่า หมึกอิงค์เจ็ท แต่สามารถใช้งานได้เช่นเดี่ยวกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท เครื่องประเภทนี้จะมีจุดเด่นเรื่องการใช้พลังงานที่น้อยกว่า และราคาเครื่องปริ้นจะมีราคาถูกกว่า ต่างจากเครื่องปริ้นชนิดเลเซอร์ หมึกพิมพ์มีความแตกต่าง ทั้งงานพิมพ์ปกติ หรือพิมพ์แบบกันน้ำ แต่สามารถทำงานทดแทนกันได้และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า แต่ถ้าสนใจซื้อหมึกอิงค์เจ็ทที่มีคุณภาพสูงราคาถูก จุดเด่นอีกข้อคือยังมีช่องเสียบการ์ด ต่างๆ ทั้งจากกล้อง เมมโมรีการ์ด หรือจะสั่งพิมพ์โดยตรงจากกล้องดิจิตอลได้เลย

ปริ้นเตอร์ เลเซอร์ อิงค์เจ็ท ต่างกันยังไง

เครื่องพิมพ์แบบอิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ทั่วไปอย่างนักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ลักษณะการทำงานของตัวเครื่อง Inkjet นั้นจะเป็นการฉีดหมึกลงบนตัวกระดาษ  สามารถพิมพ์ได้ทั้งภาพสีและภาพขาวดำ ซึ่งผู้ผลิตแต่ละค่ายก็จะมีคุณภาพหมึกและราคาแตกต่างกันไป โดยราคาหมึกนั้น เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อในระดับหนึ่ง เพราะราคาหมึกหลังจากซื้อนั้นมีราคาที่แตกต่างกันไป

ในทางกลับกัน เครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ (Laser Printer) เมื่อเทียบกับการพิมพ์ทั้ง 2 ตัวดังกล่าว เครื่องพิมพ์เลเซอร์พรินเตอร์จะมีราคาค่อนข้างจะสูง รวมไปถึงราคาของหมึกพิมพ์ที่สูงกว่าด้วย โดยหลักการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์นี้เป็นการใช้ความร้อนในการรีดหมึกพิมพ์ออกมา สามารถรองรับทั้งการพิมพ์แบบเลเซอร์สีและเลเซอร์ขาวดำ

หากคุณกำลังมองหาเครื่องพิมพ์มาไว้ที่บ้าน สำหรับการพิมพ์เป็นครั้งคราวคนส่วนใหญ่จะแนะนำให้คุณใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท  อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทคือ หมึกจะแห้งหากคุณไม่ได้ใช้งานเครื่องพิมพ์บ่อย ๆ จากที่กล่าวมาหากคุณมีงบประมาณเพียงพอเราขอแนะนำให้คุณใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ราคาประหยัดแทน เนื่องจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้น ลักษณะของหมึกพิมพ์จะเป็นผง ทำให้หากไม่ได้ใช้งานหมึกก็จะไม่แห้ง

หากคุณกำลังมองหาเครื่องพิมพ์ที่เกี่ยวกับการพิมพ์รูปภาพ ต้องการพิมพ์ภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงระดับมืออาชีพ คุณควรเลือกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทภาพถ่าย จะทำให้คุณได้ภาพที่สีสันสดใสและได้สีที่ตรงกับภาพถ่ายของคุณ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทภาพถ่ายคุณภาพสูงได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผลิตภาพถ่ายที่มีรายละเอียดที่ชัดเจนด้วยโทนสีที่หลากหลายและสีดำที่เข้มกว่าที่ช่างภาพและงานสร้างสรรค์ต้องการ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตภาพจำนวนมากใช้หมึกสีซึ่งทนต่อการซีดจางและสามารถพิมพ์กับกระดาษอาร์ตหลากหลายประเภท หลากหลายขนาดกระดาษ

จะซื้อ ปริ้นเตอร์เลเซอร์ หรือ อิงค์เจ็ท (Inkjet VS Color Laser Printer)?

หนึ่งในคำถามยอดนิยม คือ : ฉันควรซื้อเครื่องพิมพ์แบบไหนดี ระหว่างเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีหรือเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท?

ถ้าจะต้องซื้อปริ้นเตอร์ซักตัว ก็มักจะมีคำถามกันว่าจะซื้อแบบปริ้นเตอร์เลเซอร์ หรือปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทดี อันนี้เป็นข้อถกเถียงที่มีมาโดยตลอด วิธีเลือกที่ดีอย่างหนึ่งคือ ให้ดูการใช้งานของเราว่าเน้นการใช้งานแบบไหนมากกว่ากัน เช่น เน้นปริ้นรูปภาพ หรือ ปริ้นเอกสาร เน้นปริ้นสี หรือ ปรั้นขาว-ดำ และคุณใช้งานบ่อยแค่ไหน

หากคุณต้องการพิมพ์ภาพถ่ายที่มีความละเอียดของภาพสูงเพื่อเก็บเป็นแกลเลอรี ควรเลือกเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แต่หากคุณต้องการพิมพ์ข้อความเอกสารเป็นส่วนใหญ่ มีภาพสีบ้างเล็กน้อย คุณภาพปานกลางที่ไม่ต้องการความลึกของสีและช่วงโทนสี เราขอแนะนำให้คุณเลือกเครื่องพิมพ์เลเซอร์สี

เครื่องพิมพ์แบบ All-in-One

เครื่องพิมพ์แบบ All-in-One หรือที่เรียกว่ามัลติฟังก์ชั่นเครื่องพิมพ์ (MFP) นั้นรวมถึง การสแกน การคัดลอก และแฟกซ์จาก PC ของคุณ การแฟกซ์แบบสแตนด์อโลนและการสแกนไปยังอีเมล เครื่องพิมพ์ Office มักจะเพิ่มตัวป้อนเอกสารอัตโนมัติ (ADF) เพื่อสแกนคัดลอกและ / หรือเอกสารแฟกซ์หลายหน้าและหน้าขนาดตามกฎหมาย ADF บางตัวสามารถจัดการกับเอกสารสองด้านไม่ว่าจะโดยการสแกนด้านหนึ่งพลิกหน้าและสแกนอีกด้านหนึ่งหรือใช้เซ็นเซอร์สองตัวเพื่อสแกนทั้งสองด้านของหน้าผ่านการสแกนครั้งเดียว

มัลติฟังก์ชั่นเครื่องพิมพ์ (MFP) บางตัวมีตัวเลือกการพิมพ์เพิ่มเติม เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงานสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรงผ่าน Wi-Fi เพื่อเข้าถึงและพิมพ์เนื้อหาที่เลือกโดยไม่จำเป็นต้องทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ MFP ที่ใช้ Wi-Fi ได้หลายตัวให้คุณพิมพ์เอกสารและรูปภาพจากอุปกรณ์พกพาของคุณ บางรุ่นให้คุณส่งอีเมลเอกสารไปยังเครื่องพิมพ์ซึ่งจะพิมพ์ออกมา

ปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องปริ้นเตอร์

ข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับพื้นที่ตั้งเครื่องปริ้นเตอร์

อย่าลืมดูขนาดของเครื่องพิมพ์ว่ามีขนาดใหญ่เพียงใดโดยเฉพาะเมื่อขยายถาด แม้แต่รุ่นในบ้านบางรุ่นก็อาจมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะใช้โต๊ะร่วมกันได้ และโปรดทราบว่าเครื่องพิมพ์บางรุ่นที่มีพื้นที่ขนาดเล็กอาจสูงพอที่จะรู้สึกว่ากำลังสูงตระหง่านอยู่เหนือคุณ แต่ในปัจจุบันรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัดมีให้คุณได้เลือกหลายรุ่น ซึ่งสามารถใส่ลงในพื้นที่แคบ ๆ ในอพาร์ทเมนท์โฮมออฟฟิศและห้องพักหรือหอพัก

การเชื่อมต่อ

นอกเหนือจากพอร์ต USB แล้วเครื่องพิมพ์สำนักงานและเครื่องพิมพ์ภายในบ้านส่วนใหญ่ ยังรวมถึงพอร์ต Ethernet เพื่อให้คุณสามารถแบ่งปันเครื่องพิมพ์ได้อย่างง่ายดายบนเครือข่าย รวมถึงความการใช้ Wi-Fi หากคุณมีการเชื่อมต่อไร้สายในเครือข่ายของคุณ คุณก็จะสามารถพิมพ์แบบไร้สายไปยังเครื่องพิมพ์ใด ๆ ในเครือข่ายนั้นไม่ว่าเครื่องพิมพ์นั้นจะมีการเชื่อมต่อไร้สายหรือไม่ก็ตาม เครื่องพิมพ์จะต้องต่อสายเข้าที่จุดเข้าใช้งานผ่าน Ethernet

เครื่องพิมพ์ที่รองรับ Wi-Fi Direct สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับอุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน Wi-Fi ส่วนใหญ่แม้ว่าคอมพิวเตอร์หรือมือถือของคุณจะไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับ Wi-Fi Direct เรายังเห็นเครื่องพิมพ์ที่สามารถเชื่อมต่อและพิมพ์จากอุปกรณ์มือถือผ่านการสื่อสารระยะใกล้ (NFC) เพียงแค่แตะโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตไปยังจุดเฉพาะบนเครื่องพิมพ์

คุณภาพการพิมพ์

การใช้ความละเอียดแบบจุดต่อนิ้ว (dpi) สูงสำหรับการพิมพ์จะสร้างผลลัพธ์การพิมพ์ที่มีคุณภาพแต่อาจใช้เวลาในการพิมพ์นานกว่าปกติ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าความละเอียดให้เป็นการตั้งค่า dpi ที่ต่ำกว่าได้โดยขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องพิมพ์ที่คุณใช้ ถ้าเครื่องพิมพ์ที่คุณใช้สนับสนุนการพิมพ์แบบร่างคุณภาพคุณสามารถระบุคุณภาพแบบร่างสำหรับการพิมพ์ที่เร็วขึ้นแทนได้

ความเร็วในการปริ้น

หากเกือบทุกอย่างที่คุณพิมพ์มีความยาวหนึ่งหรือสองหน้าคุณอาจไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปกับความเร็วของเครื่องพิมพ์ แต่หากคุณต้องการพิมพ์เอกสารจำนวนมาก และต้องการความเร็ว หมายความว่าคุณอาจต้องการเครื่องพิมพ์เลเซอร์ เนื่องจากการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้น ใช้สำหรับเอกสารข้อความที่ไม่ซับซ้อนซึ่งไม่ต้องการเวลาในการประมวลผลมากนัก

คุณจะพิมพ์มากแค่ไหน

ถ้างานของคุณเป็นงานที่ต้องมีการพิมพ์งาน หรือเอกสารเป็นจำนวนมาก แล้วต้องการความสะดวก รวดเร็ว เช่น งานในองค์กร สำนักงาน บริษัท ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานพยาบาล หน่วยงานราชการ เนื่องจากเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์จะใช้ระยะเวลาในการพิมพ์ต่อหน้าน้อยกว่าเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทมากๆ ประมาณ 4-5 เท่า แล้วใช้ต้นทุนต่อแผ่นที่น้อยกว่ามาก เช่น หากพิมพ์เกิน 10,000 แผ่น ต้นทุนจะถูกกว่าเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทถึง 2 เท่า

ปริ้นเตอร์เลเซอร์ (Laser Printer) ยี่ห้อไหนดีที่สุด

HP LaserJet Pro MFP M28a Multifunction Laser Printer มัลติฟังก์ชันเลเซอร์ที่สามารถ Print Copy และ Scan ได้ มีความเร็วในการพิมพ์ และด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไป จึงเหมาะสำหรับใช้ในองค์กรของคุณ

ปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท (Inkjet Printer) ยี่ห้อไหนดีที่สุด

Brother MFC T910DW Refill Tank System  เป็นเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์มัลติฟังก์ชั่นที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยฟังก์ชั่นที่ให้จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Tech: best power bank available in the Asia market

0

Please find the original here:Power Bank ยี่ห้อไหนดี ที่สุด

ทำไมเราถึงจำเป็นต้องมี Power Bank

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับผู้คนในศตวรรษที่ 21 สมาร์ทโฟนได้รวบรวมทั้งโทรศัพท์, กล้อง, mp3 ศูยน์รวมความบรรเทิงแทบทุกด้านรวมอยู่ที่สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว ยิ่งคุณมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนมากเท่าไหร่แบตเตอรี่ก็จะหมดลงเร็วขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องเดินทางอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่สามารถเสียบสมาร์ทโฟนชาร์จทิ้งไว้ได้

แม้ว่าปัจจุบันนี้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจะพยายามปรับปรุงสมาร์ทโฟนในด้านแบตเตอรี่ให้มีการใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น แต่แบตเตอรี่ก็ยังไม่เพียงพอต่อนักเล่นสมาร์ทโฟนอย่างชาวเราๆอยู่ดี ดังนั้น Power Bank จึงยังคงเป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับเราอยู่ดี

เพียงแค่คุณมี Power Bank อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคุณก็จะไม่ต้องกังวลว่ามันจะหมดแบตเตอร์รี่อีกต่อไป ปัจจุบันนี้มีหลายแบรนด์ที่แข่งขันกันออกวางขาย Power Bank เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนจำเป็นต้องพกพาเพื่อความสะดวกสบาย เราได้ทำการเลือก Power Bank ที่ดีที่สุดมาให้คุณตัดสินใจได้เลือกซื้อกันอย่างจุใจจากตารางด้านล่างนี้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ Power Bank

ก่อนที่จะได้ซื้อ Power Bank มีปัจจัยบางอย่างที่คุณควรพิจารณาเพื่อให้คุณสามารถเลือกสิ่งที่ที่ดีสุดสำหรับสมาร์ทโฟนของคุณ

ความจุของแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนของฉันคือเท่าใด

การรู้ว่าความต้องการสมาร์ทโฟนของคุณมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยในการกำหนดความจุของ Power Bank ที่คุณต้องการ อาทิเช่น โทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสองเครื่องในตลาดตอนนี้คือ Apple iPhone และ Samsung S9

iPhone มีความจุแบตเตอรี่ 2716mAh ในขณะที่ Galaxy S9 มีความจุ 3000mAh สิ่งที่เรามักใช้เป็นเกณฑ์คือ 2.5 เท่าของความจุของแบตเตอรี่เพื่อให้สามารถชาร์จโทรศัพท์อย่างน้อยสองครั้งก่อนที่จะต้องชาร์จพลังงานใหม่ ทำไมต้องเป็น 2.5 ครั้งแทนที่จะเป็น 2 นั่นเป็นเพราะจะมีการสูญเสียพลังงานในระหว่างกระบวนการถ่ายโอนความจุของแบตเตอรี่

ฉันควรจะเลือก Power Bank ขนาดเล็กหรือใหญ่?

ขึ้นอยู่กับจำนวนแบตเตอรี่ที่คุณต้องการในแต่ละวัน ตัวอย่างเช่นหากคุณพบว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณสามารถใช้งานได้เกือบตลอดทั้งวัน คุณอาจต้องการแค่ Power Bank ขนาดเล็ก เพื่อรองรับแบตเตอรี่ของคุณ แต่หากคุณพบว่าโทรศัพท์ของคุณแบตเตอรี่หมดก่อนถึงครึ่งวัน คุณจะต้อง Power Bank
ขนาดใหญ่

สิ่งที่ต้องพิจารณาอีกประการหนึ่งคือปกติแล้วคุณต้องใช้อุปกรณ์กี่เครื่องในการชาร์จพร้อมกัน? หากคุณมีทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ต้องการการชาร์จพร้อมกัน Power Bank ขนาดใหญ่อาจเหมาะสำหรับคุณมากกว่าเพราะอาจมีพอร์ตชาร์จ 2 พอร์ตขึ้นไป Power Bank ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีความจุมากขึ้นและสามารถชาร์จอุปกรณ์ทั้งสองได้อย่างเพียงพอ

การชาร์จอย่างรวดเร็ว

Power Bank รุ่นเก่าๆมักจะชาร์จด้วยกระแส 1A ทำให้การชาร์จใช้เวลานนาน อย่างไรก็ตามสำหรับ Power Bank รุ่นใหม่ๆ เราขอแนะนำอัตราการชาร์จที่ 2.4A สำหรับผู้ที่ต้องการให้ชาร์จเร็วขึ้น 🙂

ฉันจะชาร์จ Power Bank ได้เร็วแค่ไหน?

ความจุของ Power Bank ที่ขนาดใหญ่ขึ้นหมายถึงการชาร์จอาจใช้เวลานานมากขึ้นไปด้วย คุณคงไม่ต้องการที่จะชาร์จ Power Bank เป็นเวลา 12 ชั่วโมงทุกวัน เพราะนั้นคงไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการเป็นแบตเตอรี่สำรองที่เน้นความสะดวก เราขอแนะนำให้คุณไปใช้ Power Bank ที่สามารถชาร์จได้มากกว่า 1.5A / 5V

นอกจากนี้ Power Bank บางชนิดจำเป็นต้องใช้สายชาร์จ USB และเต้าเสียบ USB ที่ดีควบคู่ไปด้วยกัน อย่างไรก็ตามอย่าใช้เต้าเสียบและสายที่ชาร์จเก่าเกินไป เพราะอาจทำให้อัตราการชาร์จช้าลงอย่างมาก และพยายามอย่าชาร์จ Power Bank ของคุณผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือพอร์ต USB ของแล็ปท็อปเนื่องจากอาจช้ากว่าเต้าเสียบที่ชาร์จตามผนังบ้าน

สำหรับ Power Bank ขนาดใหญ่ที่มีความจุมากกว่า 20000mAh ให้พิจารณาPower Bank ที่รองรับการชาร์จแบบเร็วสำหรับการชาร์จอินพุต วิธีนี้จะช่วยลดเวลาในการชาร์จลงอย่างมาก

เปรียบเทียบราคากับคุณภาพ – ฉันควรจะซื้อ Power Bank ที่ถูกที่สุดหรือไม่?

คำตอบคือไม่ Power Bank เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์มากซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2 ปีหากได้รับการดูแลอย่างดี อย่างไรก็ตามมันอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อันตรายเมื่อคุณภาพของมันสร้างมากจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน เราค่อนข้างแน่ใจว่าคุณเคยได้ยินเรื่อง Power Bank ที่ระเบิดในขณะที่ใช้งาน

ดังนั้นเราแนะนำให้ไปหาแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากขึ้นที่สามารถการันตีความปลอดภัยของคุณได้ หากคุณเห็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมสำหรับ Power Bank ความจุสูงแต่ราคาต่ำเกินกว่าจะเชื่อได้ เราอยากให้คุณเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเช่น Xiaomi หรือ Anker และที่สำคัญที่สุดการลองดูรีวิวจากลูกค้าอื่นๆในเว็บไซต์ช็อปปิ้งที่คุณซื้อก็เป็นตัวช่วยในการเลือก Power Bank ที่มีความปลอดภัยอีกด้วย!

เหตุใด Power Bank จึงถูกห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเราสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ เพียงแต่ห้ามนำ Power Bank ใส่ในกระเป๋าเดินทางที่ใช้สำหรับโหลดใต้ท้องเครื่อง สำหรับการเอา Power Bank ติดตัวขึ้นบนเครื่อง ก็จะมีข้อกำหนดในเรื่องความจุและจำนวนที่พกพาต้องไม่เกินตามที่สายการบินกำหนดตามมาตรฐานความปลอดภัยของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คือ

  • Power Bank ที่มีความจุอยู่ที่ 20000mAh – 32000mAh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน
  • Power Bank ที่มีความจุต่ำกว่า 20000mAh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน
  • Power Bank ที่มีความจุมากกว่า 32000mAh ห้ามนำขึ้นทุกกรณี

ทำไมสายการบินไม่อนุญาตให้ใส่ Power Bank ในกระเป๋าเดินทางสำหรับโหลดใต้เครื่องทุกกรณี เพราะ Power Bank เพราะ Power Bank เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้เซลล์ลิเธียม ที่มีแนวโน้มที่จะติดไฟได้

บทสรุป

การเลือกซื้อ Power Bank ที่ดีที่สุดสำหรับคุณนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยบางประการ ประการแรกหากคุณพบว่าตัวเองอยู่ห่างจากที่ชาร์จไฟเป็นเวลานาน และคุณก็มีความจำเป็นต้องทำงานอย่างต่อเนื่องในอุปกรณ์นั้นๆ คุณจะต้องการ Power Bank ที่มีความจุของแบตเตอรี่สูง หากคุณต้องการชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ เพิ่มเติมให้พิจารณาว่ามีจำนวนพอร์ตเพียงพอต่อความต้องการของคุณหรือไม่

หากงานของคุณต้องใช้อุปกรณ์หนักอยู่แล้วคุณจะต้องการ Power Bank แบบพกพาที่มีน้ำหนักเบา ความสมดุลจะต้องเกิดขึ้นระหว่างความจุของแบตเตอรี่กับน้ำหนัก โดยปกติเมื่อความจุของแบตเตอรี่ที่สูงก็จะมีน้ำหนักที่หนักขึ้นเช่นกัน และถ้าคุณกำลังมอง Power Bank ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ คุณต้องตรวจสอบก่อนว่ามันเข้ากันได้กับอุปกรณ์เฉพาะของคุณหรือไม่ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่เราต้องคำนึงถึงคือเรื่องของความปลอดภัยของ Power Bank โดยการเลือกซื้อแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อ

หูฟังบลูทูธ รุ่นไหนดีที่สุด

0

Original post here: หูฟังบลูทูธ รุ่นไหนดีที่สุด

ปัจจุบันหูฟังถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ทุกคนจะต้องพกติดตัวไว้ เพราะนอกจากจะให้ความเพลิดเพลินในการฟังเพลง, ดูหนัง หรือเล่นเกมแล้วยังช่วยในเรื่องการสนทนาให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันนี้หูฟังได้มีการผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบตามจุดประสงค์ในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นหูฟังที่มีสายหรือหูฟังไร้สาย(หูฟังบลูทูธ) เป็นต้น ซึ่งแต่ละตัวก็จะเน้นการใช้งานที่ต่างกันก่อนที่จะไปพูดกันถึงหูฟังที่มีสายและหูฟังไร้สาย เราก็อยากจะแยกประเภทหูฟังให้ทุกคนได้รู้จักกันก่อน

ประเภทของหูฟัง

  • หูฟังประเภท Earbuds
  • หูฟังประเภท Headphone
  • หูฟังประเภท In-Ear

หูฟัง in ear

ครั้งนี้ขอพูดถึงหูฟัง in ear ที่กำลังเป็นนิยมกันอยู่ในตอนนี้ หูฟัง in ear เป็นหูฟังแบบยัดเข้าไปในหูที่ปลายหูฟังมักจะเป็นจุกยาง จริงๆแล้วหูฟัง in-ear มีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือยัดเข้าไปในหูตรงๆสายไว้ด้านหน้าตามปกติ แบบที่สองคือสวมใส่แบบอ้อมหูจากด้านหลังซึ่งจะทำให้หูฟังที่ใส่นั้นหลุดได้ยากขึ้น หูฟัง in ear ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีขนาดที่เล็ก พกพาสะดวก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี จุดเด่นอีกอย่างของหูฟัง in ear คือด้านคุณภาพของเนื้อเสียงที่มีความสดและแน่นเก็บรายละเอียดง่าย สามารถขับเบสได้รุนแรงผ่านไดรเวอร์ ซึ่งจะให้รายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นได้ชัดเจน รับฟังรายละเอียดของเสียงเพลงได้มากว่าแบบ Earbuds ในเรื่องของราคานั้นก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น

หูฟัง in ear ก็จะมีทั้งแบบหูฟังที่มีสายและหูฟังไร้สาย(หูฟัง bluetooth) เนื่องหูฟังมีสายนั้นทุกคนน่ารู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วดังนั้นวันนี้เราจะขอหยิบหูฟังไร้สายหรือที่เรียกว่า หูฟังบลูทูธ มาพูดกันถึงกันสักหน่อย

หูฟังที่มีสาย

หูฟังที่มีสายนั้นไม่ได้หมายว่าล้าสมัยเสมอไป เพราะหูฟังที่มีสายมักจะให้เสียงที่ดีกว่ามากในกรณีที่ราคานั้นเท่ากัน เนื่องจากคุณภาพของเสียงไม่มีการรบกวนเพราะมีสายเคเบิลเป็นตัวกลางในการฟังเสียง ดังนั้นจึงเหมาะกับคนประเภทที่ต้องการเน้นฟังเพลงแบบจริงจัง

หูฟังไร้สาย(หูฟัง bluetooth)

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า bluetooth เข้ามามีบทบาทในอุปกรณ์ต่างๆมากขึ้น และหนึ่งในนั้นก็คือหูฟัง bluetooth นั้นเอง จุดเด่นสำหรับหูฟังไร้สาย(หูฟังบลูทูธ) ที่จะไม่หยิบมาพูดถึงไม่ได้เลยก็คือเป็นหูฟังที่เหมาะกับการพกพา, การเดินทางเป็นหลัก หรือการออกกำลังกายที่ต้องมีการขยับตัวเยอะๆ สำหรับตัวหูฟังออกกําลังกายจะถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติกันน้ำกันเหงื่อ มีน้ำหนักเบา หูฟังทั้งสองข้างจะต้องเชื่อมต่อด้วยกันด้วยสายเคเบิลเส้นเดียว ในด้านของคุณภาพเสียงสำหรับหูฟังไร้สาย(หูฟังบลูทูธ)นั้นก็ถือว่าเป็นยอมรับในหมู่คนรักการฟังเพลง ให้คุณเพลิดเพลินไปกับคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยมของไดรฟ์เวอร์แบบไดนามิกที่ให้คุณภาพสัญญาณเสียงคมชัดเป็นธรรมชาติ และสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกอย่างของหูฟังไร้สายก็คือก็จะมีเรื่องของแบตเตอรี่ที่ต้องมาคอยชาร์จสม่ำอยู่เสมอ

การเลือกซื้อ หูฟัง bluetooth

  • คุณภาพของเสียง
  • ระยะเวลาการใช้งานในแต่ละวัน ให้ดูที่ความจุของแบตเตอรี่เพียงพอต่อความต้องการของเราหรือไม่
  • ระยะสัญญาณ Bluetooth ของหูฟัง
  • ความสบายเมื่อสวมใส่หูฟัง
  • ระบบกำจัดเสียงรบกวน
  • รูปแบบและดีไซน์
  • เวอร์ชั่นของ Bluetooth
  • ราคา

หูฟัง bluetooth รุ่นหลังๆมีการออกแบบมาเพื่อเน้นใช้ในการสื่อสารพูดคุยผ่านโทรศัพท์ ไม่เพียงแต่ใช้งานในด้านการฟังเพลงเท่านั้น ซึ่งการจะใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดนั้นก็ขึ้นกับประสิทธิภาพในการเชื่อต่อของ bluetooth ด้วยส่วนใหญ่หูฟังที่วางขายตามท้องตลาดก็จะเป็น bluetooth 3 ขึ้นไป หากใครที่กำลังเลือกซื้อ หูฟัง bluetooth ก็อย่าลืมดูในเรื่องของเวอร์ชั่น bluetooth ที่รองรับด้วย ยิ่งมีเวอร์ชั่นที่สูงก็ยิ่งการันตีได้ว่าการใช้งานหูพัง bluetooth ของเราจะไม่สะดุดแน่นอน

บทสรุป

หากคุณกำลังเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับการต้องมานั้งแกะสายหูฟังที่พันกันอย่างยุ่งเหยิง หลังจากอ่านบทความของเราไปแล้วก็คงจะมีตัวเลือกหูฟัง bluetooth ขึ้นมาในใจบ้างแล้ว หลังจากที่ได้อ่านตารางการเปรียบเทียบของเราไปหวังว่าบทความของเราน่าจะช่วยคุณเลือกหูฟัง bluetooth ที่ตรงโจทย์กับความต้องการของคุณไม่มากก็น้อย หากคุณรักการฟังเพลงก็เลือกหูฟังที่เน้นในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม หากคุณชอบการฟังเพลงด้วยและรักการออกกำลังกายด้วยก็เลือกหูฟังออกกำลังกายที่สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ ดังที่เราแแนะนำในสินค้าด้านบน ทั้งหมดนี้เป็นหูฟัง bluetooth ที่เราคัดสรรมาอย่างดีเพื่อคุณ

กล้องติดรถยนต์ รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ปี 2020

0

Original article here : กล้องติดรถยนต์

ปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับการขับขี่อย่างไม่มีวินัยหรือไม่เคารพกฎจราจรบนท้องถนนในประเทศไทยนั้น เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยตามข่าวหรือโซเซียลมีเดียต่าง ๆ โดยที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่าเหตุการณ์เหล่านี้ จะเกิดขึ้นกันคุณตอนไหน เมื่อไหร่ มันจะดีกว่าไหมหากคุณมีกล้องติดรถยนต์ ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ต่างเอาไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น

ในโลกอุดมคติเราอาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้กล้องติดรถยนต์ แต่นี่ไม่ใช่โลกในอุดมคติ และต้องขอบคุณนักต้มตุ๋น ประกันภัย และรวมไปถึงคนขับรถที่ไม่มีวินัยหรือไม่เคารพกฎจราจร ที่ทำให้มีทางเลือกจำนวนมากในตลาดขณะนี้และการค้นหากล้องติดรถยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการของคุณ ด้วยคุณสมบัติมากมายและราคาทำให้ยากต่อการตัดสินใจในการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์สักตัว

แต่ในความเป็นจริงยิ่งคุณใช้จ่ายกับกล้องติดรถยนต์คุณภาพสูงมากเท่าไหร่ คุณสมบัติที่คุณได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น สิ่งเหล่านี้รวมถึงการบันทึกอัตโนมัติและฟังก์ชั่นการบันทึกโหมดกล้องวงจรปิดเมื่อจอดรถ เรากลั่นกรอง และค้นหากล้องติดรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในตลาด เพื่อแนะนำคุณว่าแบรนด์ใดนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง

แนะนํากล้องติดรถยนต์ หน้า-หลัง รุ่นที่ดีที่สุด

กล้องติดรถยนต์ รุ่นที่ภาพตอนกลางคืนชัดเจน

กล้องติดรถยนต์ มีความจำเป็นอย่างไร

กล้องติดรถยนต์ หรือ กล้องแดชแคม ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเพราะประโยชน์มากมาย พูดง่าย ๆ คือ กล้องติดรถยนต์เป็นกล้องประเภทหนึ่งที่ติดตั้งอยู่บนแผงหน้าปัดรถยนต์ของคุณ และมันถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกเสียงและภาพขณะที่คุณขับรถอยู่บนท้องถนน

วัตถุประสงค์ของกล้องติดรถยนต์ คือ การบันทึกทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งบนท้องถนน และในรถอย่างระมัดระวังและสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย กล้องติดรถยนต์ในขณะนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยคนขับทั่วไป ผู้สอนขับรถแท็กซี่และรถของหน้าที่ตำรวจ และอื่น ๆ

ดังที่ได้กล่าวมานี่เป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมคุณควรพิจารณาซื้อกล้องติดรถยนต์และติดตั้งในรถของคุณ :

1. คุณมีหลักฐาน เมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุ

นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคนขับรถหลายล้านคนตัดสินใจลงทุนเวลาและเงินของพวกเขาในกล้องติดรถยนต์ เพียงแค่คุณนำรถยนต์ของคุณไปติดตั้งกล้องติดรถยนต์ กล้องก็จะเริ่มบันทึกทันทีที่คุณสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อออกจากบ้าน

หากรถชนกันและรถของคุณมีส่วนเกี่ยวข้อง คุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ และคุณสามารถส่งวิดีโอที่ได้จากกล้องติดรถยนต์ไปเป็นหลักฐานได้ หากมีการพิจารณาคดีในศาล ด้วยวิธีนี้อีกฝ่ายจะต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและจะต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ของคุณ หากคุณไม่มีหลักฐาน ผู้ขับขี่คนอื่นอาจอ้างว่าเป็นความผิดของคุณโดยสิ้นเชิงเนื่องจากมักเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ที่มีความผิด มักจะกล่าวโทษผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

กล้องติดรถยนต์ คือ หลักฐานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากที่สุดที่คุณมี เพื่อปกป้องตัวคุณเองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ในท้ายที่สุดมันจะดีกว่าถ้าคุณมีกล้องติดรถยนต์ เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดได้ทั้งเงิน และเวลา

2. กล้องติดรถยนต์ หรือ กล้องแดชแคม เป็นโซลูชั่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนขับรถที่ไม่เคารพกฎจราจรบนท้องถนน

อีกเหตุผลที่สำคัญว่าทำไมคุณควรพิจารณาซื้อกล้องติดรถยนต์ เพราะมันจะช่วยให้คุณรายงานคนขับที่ไม่มีวินัย ผู้ขับขี่ทุกคนมีประสบการณ์ที่ไม่ดีอย่างน้อยหนึ่งครั้งกับผู้ขับขี่ที่ไม่ดีตลอดอาชีพการขับขี่ของเขา

ไม่เพียงแต่ผู้ขับขี่ที่ประมาทและไร้ความรับผิดชอบเท่านั้นที่น่ารำคาญ แต่พวกเขาอาจทำให้ชีวิตของผู้ขับขี่รายอื่นและผู้โดยสารที่ไร้เดียงสาตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตามการรายงานพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้ขับขี่ที่ไม่มีวินัยอาจเป็นเรื่องที่น่ากังวลเนื่องจากมักจะต้องมีการพิสูจน์ถ้าคุณไม่มีพยานตาที่จะให้การเป็นพยานในนามของคุณ

นี่คือสิ่งที่กล้องติดรถยนต์เข้ามาและให้การพิสูจน์ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากอะไร ใครที่เป็นฝ่ายถูก หรือ ผิด อย่างไรก็ตาม มันมักจะเกิดขึ้นแม้ว่าคุณจะเป็นคนขับที่ดีแค่ไหน มีประสบการณ์มากแค่ไหน และแม้กระทั่งมืออาชีพที่มักจะยึดติดกับกฎ (ทั้งกฎการขับขี่ที่เป็นลายลักษณ์อักษรและสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับสามัญสำนึก) แต่ก็มีบางคนที่ไม่สุภาพและไม่มีความรับผิดชอบ คนเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ในพริบตา และกล้องติดรถยนต์จะจับภาพทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นบนท้องถนน

3. กล้องติดรถยนต์ หรือ กล้องแดชแคม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่เป็นธุรกิจ

คุณเป็นห่วงว่าลูกน้องของคุณอาจใช้รถของคุณ แม้ว่าคุณจะห้ามเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณเป็นเจ้าของ บริษัท รถแท็กซี่และคุณสงสัยว่าคนขับรถของคุณอาจใช้ไมล์พิเศษหลายไมล์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือบางทีคุณอาจมี บริษัท ประเภทใดก็ได้และคุณต้องการ จำกัดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง แต่ไมล์สะสมยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเป็นเช่นนั้นกล้องติดรถยนต์เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน

ในทางกลับกันการซื้อกล้องติดรถยนต์ก็สมบูรณ์แบบถ้าคุณให้ เพื่อนหรือญาติของคุณ ยืมรถอยู่เสมอหรือคุณต้องการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อใดก็ตามที่คุณทิ้งรถไว้ให้ใช้งาน รถของคุณอาจเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของคุณและเป็นเรื่องปกติอย่างสมบูรณ์ที่จะต้องคำนึงถึงและความสมบูรณ์ของมัน

กล้องติดรถต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่มาพร้อมกับอุปกรณ์ GPS ที่ฝังอยู่ในนั้น ดังนั้นนอกเหนือจากการบันทึกทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นทั้งภายในรถยนต์และภายนอกมันกล้องติดรถยต์ จะบันทึกความเร็วในการขับขี่เช่นเดียวกับที่แตกต่างกัน เส้นทางถนน

4. คุณสามารถป้องกันการฉ้อโกง

การฉ้อโกงประกันภัยเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในศตวรรษที่ 21 เมื่อพูดถึงรถยนต์และการจราจร กล่าวง่ายๆว่าผู้ขับขี่บางคนจงใจทำให้เกิดอุบัติเพื่อนำมากล่าวโทษผู้อื่นเพื่อรีดไถเงินจากผู้เสียหาย นี่คือการฉ้อโกงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

นอกเหนือจากการขู่กรรโชกเงินจากเหยื่อที่ถูกกล่าวหาซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่มักยอม ๆ ไป เนื่องจากไม่มีทางพิสูจน์ได้เลยว่าคนเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บจริงหรือไม่ เพื่อเรียกค่าเสียหายจาก บริษัท ประกันภัย กล่าวง่ายๆคือผู้ที่กระทำการฉ้อโกงอ้างว่าพวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแทกและพวกเขามักอ้างว่าพวกเขาประสบกับอาการปวดหลังเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเหล่านี้จะเรียกร้องให้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและแม้กระทั่งค่าชดเชยเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายและ “ความเจ็บปวด” นี่เป็นอาการปวดแฝงที่ยากที่จะแสดงบนรังสีเอกซ์ดังนั้นนักหลอกลวงจะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้และทำให้เกิดการฉ้อโกงประกันภัย

กล้องติดรถยนต์สามารถป้องกันอย่างน้อยหนึ่งในสองสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ด้วยการติดตั้งกล้องอย่างระมัดระวังบนแผงควบคุมรถยนต์ของคุณและบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดคุณสามารถป้องกันนักหลอกลวงไม่ให้รีดไถเงินจากคุณอย่างผิดกฎหมายเพื่อสิ่งที่คุณยังไม่ได้ทำ อย่าปล่อยให้นักต้มตุ๋นใช้ประโยชน์จากคุณ! ลงทุนเงินของคุณสำหรับกล้องติดรถยนต์ จะทำให้คุณปลอดภัยมากขึ้นแทนที่จะจ่ายเงินที่คุณได้รับจากการทำงานหนักเพื่อหลีกเลี่ยงการไปทดลองหรือเรียกตำรวจเพื่อแก้ไขปัญหา

5. คุณสามารถบันทึกการเดินทางบนท้องถนนทั้งหมดของคุณ

เหตุผลนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งหากคุณชื่นชอบการเดินทางบนท้องถนน และคุณมักจะไปเที่ยวกับคนที่คุณรักเป็นครั้งคราว คุณต้องการเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางของคุณเป็นการเดินทางที่ยากจะลืมเลือนที่คุณสามารถมองเห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ทุกเมื่อที่คิดถึงความทรงจำ ถ้าเป็นเช่นนั้นกล้องแดชแคมเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยให้คุณเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

หากคุณเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไปสู่การผจญภัยของคุณได้อย่างง่ายดาย เพียงคุณมีทักษะและความคิดสร้างสรรค์และกล้องแดชแคมคุณภาพสูงที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังเมื่อคุณต้องการมากที่สุด

6. คุณสามารถป้องกันอุบัติเหตุที่จอดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่จอดรถอาจเป็นฝันร้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ที่มักจะไปเบียดรถคันอื่นโดยบังเอิญ ขณะที่พวกเขาดิ้นรนเพื่อจอดรถ มันเคยเกิดขึ้นกับคุณหรือไม่ที่คุณจะพบว่ารถยนต์ที่คุณรักมีรอยขีดข่วนหรือเสียหายอย่างหนัก เมื่อคุณไปจอดรถไว้ในที่จอดรถต่าง ๆ กล้องแดชแคมที่ติดตั้งอย่างดีสามารถบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับรถของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีอย่างหนึ่งของกล้องแดชบอร์ดก็คือกล้องส่วนใหญ่สามารถติดตั้งได้ตลอดทั้งคืนโดยที่คุณไม่ต้องทิ้งเครื่องยนต์ไว้

นอกจากนี้กล้องแดชแคมยังสามารถทำงานจากระยะไกล จากในบ้านของคุณและคุณสามารถส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนของคุณ กล้องเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เจ้าของรถมีความอุ่นใจ พวกเขาต้องการพักผ่อนอย่างสบายใจในเวลากลางคืนโดยรู้ว่ารถยนต์ของพวกเขาปลอดภัยดี

7. คุณอาจทึ่งในสิ่งที่กล้องแดชแคมสามารถจับภาพได้!

หากคุณดูวิดีโอออนไลน์เกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์และปรากฏการณ์ที่ไม่คาดคิด คุณจะเห็นว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกจับโดยบังเอิญโดยกล้องแดชแคมและมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับการบันทึกตามวัตถุประสงค์ กล่าวอีกนัยหนึ่งกล้องแดชแคมสามารถช่วยให้คุณจับภาพในสิ่งที่คุณไม่คาดคิด

นอกเหนือจากความจริงที่ว่ากล้องแดชแคมคือการลงทุนที่ดีแลกกับความปลอดภัยและมุมมองทางกฎหมายกล้องเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณบันทึกเหตุการณ์ที่น่าจดจำบางอย่างเช่นกัน ตัวอย่างเช่น กล้องของคนขับรถยนต์ของรัสเซียได้บันทึกดาวตกที่บินข้ามรัสเซียและคลิปก็จบลงด้วยยอดวิวหลายสิบล้านครั้งบน Youtube

มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนที่ติดอยู่ในกล้องแดชแคม นอกจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์คันอื่นไปจนถึงกิจกรรมเหนือธรรมชาติที่ถูกกล่าวหาและสัตว์ประหลาดใจที่อยู่กลางถนน

บทสรุป

ในการสรุปทั้งหมดกล้องติดรถยนต์เป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีราคาประหยัดและมีการออกแบบที่ตรงไปตรงมามากซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยไมโครโฟน และกล้องดิจิตอลเลนส์คงที่ กล้องง่าย ๆ เหล่านี้สามารถติดตั้งได้บนแผงหน้าปัดหรือกระจกหน้ารถของคุณภายในไม่กี่วินาทีด้วยถ้วยดูด

คุณมีกล้องติดรถยนต์มากมายหลากหลายให้คุณเลือก ตั้งแต่กล้องรุ่นต่ำสุดราคาเพียงหลักร้อยไปจนถึงกล้องระดับสูง คุณภาพสูง เช่น เดียวกับหน้าจอสี ทางเลือกเป็นของคุณทั้งหมดขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความต้องการ และความชอบของตัวคุณเอง